ในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และจะทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษาในเดือนธันวาคม พ.ศ.2550 นี้ ตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์สมบัติ พระราชกรณียกิจนานับ ประการของพระองค์ แสดงให้ประจักษ์เห็นถึง พระราชอุตสาหะและน้ำพระทัยอันตั้งมั่นที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่ออาณาประชาราษฎร์ โดยมิได้ทรงคำนึงถึงความเหนื่อยยากส่วนพระองค์ สมดังพระปฐมบรมราชโองการว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
ท่ามกลางพระราชกรณียกิจอันหนักหน่วงที่ทรงปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานนั้น พระองค์ทรงใช้เวลาพักผ่อนพระวรกายโดยใช้ดนตรีเป็นสื่อให้ทรงสำราญพระราชหฤทัย พระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีนานเกินกว่าครึ่งศตวรรษ เป็นช่วง เวลาแห่งการทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงอันทรงคุณค่า แสดงถึงพระราชอัจฉริยภาพทั้งในเชิงศาสตร์และศิลป์แห่งการดนตรี
จวบจนปัจจุบันทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้เป็นจำนวนถึง 47 เพลง ทุกเพลงล้วนแต่มีความไพเราะ ประทับใจผู้ฟัง ทรงสอดแทรกคติ และแง่คิดในการดำรงชีวิตพระราชทานแด่ปวงชนชาวไทย ในยามบ้านเมืองไม่สงบ จะพระราชทานเพลงปลุกใจ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ข้าราชการทหาร ผู้ปฎิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติมิให้เกิดความท้อถอย ในการทำความดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพลงพระราชนิพนธ์ที่เกี่ยวกับทหาร หนึ่งในจำนวนนั้น คือ เพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ชราชนาวิกโยธิน
เพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ชราชนาวิกโยธิน เป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน ให้แก่ทหารนาวิกโยธินเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2502 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เหล่าทหารนาวิกโยธินจึงกำหนดให้วันสำคัญนี้เป็น วันทหารนาวิกโยธิน ในปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2550 จึงขอย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งที่ได้รับพระราช ทานเพลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน เพื่อให้ทหารนาวิกโยธินและครอบครัวได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ย้อนไปเมื่อ 48 ปี ปลายเดือนเมษายน 2502 นาวาเอก สนอง นิสาลักษณ์ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) ท่านที่ (ยศในขณะนั้น) เข้าเวรราชองครักษ์ ณ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังทรงพระเกษมสำราญอยู่กับการทรงดนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้ ผบ.นย. ขึ้นไปร้องเพลงนาวิกโยธิน แต่เนื่องจากเพลงนาวิกโยธินยังไม่มี จึงได้ร้องเพลงทหารเรือถวาย
ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพักจากการทรงดนตรี เสด็จลงมาประทับข้างล่าง ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บรรดาผู้เข้าเฝ้าได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด ขณะนั้น ผบ.นย. ได้มีโอกาสเข้าไปกราบลงแทบพระบาท พร้อมกับขอพระราชทานเพลงประจำทหารนาวิกโยธิน
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นา ๆ
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อทหารนาวิกโยธิน
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ ผบ.นย. เข้าเฝ้า ฯ และพระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ชราชนาวิกโยธิน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2502 ผบ.นย ได้ถ่ายทอดความรู้สึกและกระแสรับสั่งไว้ว่า ผมมีความรู้สึกเหมือนฝันแลตื้นตันไปด้วยความปลื้มปิติ พระองค์ท่านรับสั่งว่า นาวิกโยธินอเมริกันมาครั้งนี้เขาต้องแสดงเพลงของเขาแน่ ให้นำเพลงนี้ไปหาใครช่วยแยกโน้ตและให้แสดงได้ในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ ผมกราบลงด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
เมื่อได้รับพระราชทานเพลงประจำหน่วยแล้ว ท่านได้ขอความร่วมมือไปทางกองดุริยางค์ทหารเรือ และแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตอเมริกันทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน ให้แก่กรมนาวิกโยธิน ซึ่งวงโยธวาฑิตของกองพลนาวิกโยธินอเมริกันจะมีบทบาทในการแสดงด้วย สถานเอกอัครราชทูตอเมริกันจึงได้ส่งโน้ตเพลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน ให้กับวงโยธวาฑิตของกองพลนาวิกโยธินอเมริกันที่ 3 ที่อยู่บนเรือลำเลียงลำหนึ่ง ให้ได้มีโอกาสฝึกซ้อมเพลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน ให้พร้อมที่จะบรรเลง
วันที่ 5 กรกฎาคม 2502 นับ เป็นวันประวัติศาสตร์ที่สำคัญวาระหนึ่งของเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ชราชนาวิกโยธิน ในสนามศุภชลาศรัย กรีฑาสถานแห่งชาติ
ที่นั่งเต็มทุกที่นับเป็นประวัติการณ์ของสนามเช่นกัน หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอได้เสด็จ ฯ มาถึง รองผู้บัญชาการทหารเรือได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วงโยธวาฑิตของราชนาวีไทยบรรเลงเพลงมาร์ชราชนาวิกโยธินเป็นปฐมฤกษ์ จบลงด้วยเสียงปรบมือสนั่นหวั่นไหว อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
เมื่อการแข่งขันฟุตบอลครึ่งแรกผ่านไป ระหว่างหยุดพักการแข่งขันเป็นรอบของนาวิกโยธินอเมริกันจะต้องแสดง เริ่มโดยนาวาเอก คิง ผู้บังคับหมู่เรือสะเทินน้ำสะเทินบกอเมริกัน ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้วงโยธวาฑิตนาวิกโยธินอเมริกันบรรเลงเพลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน ซึ่งเมื่อการบรรเลงจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน และภายหลัง การแข่งขันฟุตบอลครึ่งหลังผ่านไปแล้ว ก่อนปิดพิธีในวันนั้นวงโยธวาฑิตทั้งสองวงคือ วงของราชนาวีไทยและนาวิกโยธินอเมริกันได้มาตั้งกระบวนเรียงแถวหน้ากระดานหน้าที่ประทับแล้วร่วมกันบรรเลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน เป็นการปิดรายการ ซึ่งได้รับเสียงปรบมืออย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อบรรเลงจบ
ผบ.นย.ในฐานะกรรมการผู้หนึ่งในการจัดงานครั้งนั้นได้เล่าว่า ท่านได้เดินทางเข้าไปในพระราชวังสวนจิตรลดา เพื่อกราบบังคมทูลถึงความรู้สึกของทหารนาวิกโยธินในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ วันนั้นเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรี เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพักจากการบรรเลงเพลงแล้ว ผบ.นย.ได้เข้าไปเฝ้ากราบบังคมทูล และ ได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทให้ทหารนาวิกโยธินหมั่นฝึกซ้อมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นและไม่ใช่การฝึกเฉพาะที่จะนำมาแสดงในครั้งนี้ แต่หมายถึงการฝึกในทุก ๆ โอกาส ด้วย ท่านได้บันทึกไว้ว่า
จะเห็นได้ว่าการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเพลง ราชนาวิกโยธิน แด่ทหารนาวิกโยธินนั้น ตามความเข้าใจของผมก็คือ คงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ทหารหน่วยนี้เป็นทหารที่เข้มแข็งจริง ๆ เข้มแข็งตามแบบธรรมเนียมของนาวิกโยธินที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย และผมในฐานะที่อยู่กรมนาวิกโยธินมานาน ก็ได้เห็นแล้วว่ากิจการของทหารนาวิกโยธินได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ พร้อมที่จะเป็นทหารที่เข้มแข็งตามพระราชประสงค์ โดยยึดมั่นในพระบรมราโชวาทอยู่เสมอ และเราทุกคนมีความเชื่อมั่นว่า ทหารนาวิกโยธินจะมีคุณค่าอย่างสูงต่อประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ
สิ่งที่ต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของทหารนาวิกโยธินอีกประการหนึ่ง คือ ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2503 ในวันที่ประธานาธิบดีไอเซนเฮาว์ถวายพระกระยาหารค่ำ ณ ทำเนียบประธานาธิบดีนั้น วงดุริยางค์ซึ่งเป็นวงดุริยางค์ประจำประธานาธิบดี ได้บรรเลงมาร์ชราชนาวิกโยธินถวาย พร้อมกับจัดทำเป็นแผ่นเสียง Long Play หน้าหนึ่งบรรเลงโดยUnited states Marine Band Orchestra อีกหน้าหนึ่งบรรเลงโดย โดย United states Marine Band ใส่อัลบั้มอย่างสวยงาม นำขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายในโอกาสนั้นด้วย
ปี พ.ศ.2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชดำเนินไปประเทศออสเตรีย หนังสือพิมพ์ทั้งไทยและอังกฤษก็ได้ลงข่าวการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงดนตรีที่มีชื่อเสียงของประเทศนั้นถวาย ณ คอนเสิรต์ฮอลล์แห่งชาติ โดยเฉพาะได้กล่าวสดุดีเป็นพิเศษแก่เพลงมาร์ชราชนาวิกโยธิน
ด้วยความตั้งใจให้เพลงนี้เป็นเพลงอมตะ เพราะทำนองนั้นเป็นที่สุดอยู่แล้ว การหาเนื้อร้องและความหมายจึงมีความ สำคัญเป็นอย่างมาก ผู้ร่วมกันจัดเค้าโครงครั้งแรกคือ ร.อ.จตุรงค์ พันธุ์คงชื่น(ครบเกษียณอายุราชการ ยศ พล.ร.ท.) และ ร.อ.สุมิตร ชื่นมนุษย์ (ครบเกษียณอายุราชการ ยศ พล.ร.ท.) และได้รับการตกแต่ง ขัดเกลา แก้ไขเปลี่ยนแปลง โดยผู้ทรงคุณวุฒิ หลายท่าน เช่น คุณแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ , ม.ล.ประพันธุ์ สนิทวงศ์, ม.ล.มณีรัตน์ บุนนาค, พล.ร.ต.บรรจบ หงสกุล และ น.ท.ปรีชา ดิษยะนันท์
เนื้อเพลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน
รุกรันฟันฝ่าในธาราสีคราม สมเป็นดั่งนามราชนาวีไทย
รบรันฟันฟาดไม่ขลาดหวั่นไหว มีศึกมาใกล้ไม่หวั่นครั่นคร้ามริปู
เราราชนาวิกโยธินของไทย เราร่วมกายใจกันไว้เชิดชู
เป็นแนวปราการรุกทานรบผลาญต่อต้านพร้อมพรู เข้าฟาดฟันรบรันศัตรูขอสู้ขาดใจ
เมื่อเราเข้าประจัญจะผลาญให้สิ้นไป ยอมพลีชีพเพื่อชาติไทย
รีบรุกบุกเข้าตีไม่หนีสู้เพื่อชัย กายใจชีวิตมอบเป็นราชพลี
เราราชนาวิกโยธินของไทย ชีวิตมลายคงไว้ศักดิ์ศรี
วิญญาณยืนยงคู่ธงนาวี ดำรงเสรีศัตรูหลีกลี้หนีไป
แม้ชีวาเราจำต้องสิ้นสูญลง แหลมทองยังคงเป็นขวัญคู่ไทย
น.ย.เกรียงไกรไว้ลายแม้ตายชื่อไม่สูญไป ปกป้องไทยทั้งกายและใจขอไทยอยู่คง
เย็นวันศุกร์กลางเดือนกรกฎาคม 2507 ทหารนาวิกโยธินได้มีโอกาสเข้าไปร้องด้วยเนื้อเพลงที่คิดว่าดีแล้วถวาย และออกอากาศทางสถานีวิทยุ อส.ในพระราชวังดุสิต สวนจิตลดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพอพระราชหฤทัย แต่รับสั่งว่าพระองค์ไม่ทรงสันทัดในการใส่คำ ฉะนั้นจึงปล่อยให้เป็นเนื้อร้องของทหารนาวิกโยธิน และให้หารือกัน ถ้ายังไม่พอใจก็ค่อย ๆคิดแก้ไข และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปร้องเป็นการชั่วคราวได้
ปลายเดือนเมษายน 2508 พล.ร.อ.ม.จ.กาฬวรรณดิศ ดิสกุล สมุหราชองครักษ์ ผู้ทรงเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธินท่านที่ 5 ได้นำคณะ ฯ ซึ่งมี พล.ร.ต.สนอง นิสาลักษณ์ ผบ.นย.ท่านที่ 6 แล่นใบข้ามอ่าวจากสัตหีบ มาเข้าเฝ้า ณ พระราชวังไกลกังวล และได้ร้องเพลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรม ราชินีนาถ นับเป็นวาระแรกที่เพลงนี้ได้กลับมาร้อง ณ ที่กำเนิดของเพลงมาร์ชราชนาวิกโยธิน
วันที่ 27 มิถุนายน 2532 ครบรอบ 30 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน เพลงพระราชนิพนธ์มาร์ชราชนาวิกโยธินให้กับทหารนาวิกโยธิน พล.ร.ท.ปรีดา กาญจนรัตน์ ผบ.นย.ท่านที่ 11 (ยศในขณะนั้น ครบเกษียณอายุราชการ ยศ พล.ร.อ.) ได้มีโอกาสสาธิตการยกพลขึ้นบก ยุทธการงูเขียวหางไหม้ โดยนำกำลังทหารนาวิกโยธินข้ามอ่าวจากสัตหีบมายังหัวหิน พร้อมด้วยวงโยธวาฑิตของกองทัพเรือ ยกพลขึ้นบกบริเวณชายหาดหน้าพระราชวังไกลกังวล
เมื่อนำกำลังยกพลขึ้นบกเรียบร้อยแล้ว ผบ.นย. ได้นำทหารนาวิกโยธินกล่าวคำปฏิญาณและขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสร้องเพลงพระราชนิพนธ์
ราชนาวิกโยธิน ถวายในตอนค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานเลี้ยง และรับสั่งให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ขึ้นไปร้องเพลงมาร์ชราชนาวิกโยธิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่าร้องเพลงมาร์ชราชนาวิกโยธินได้ดีมาก เพลงนี้เวลาร้องต้องร้องให้กระชับและแข็งแรงจึงจะเหมาะกับเป็นเพลงประจำหน่วยนาวิกโยธินจากพระราชประสงค์และพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงตั้งพระราชหฤทัยจะให้ทหารนาวิกโยธินมีเพลงประจำหน่วย จึงพระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ชราชนาวิกโยธิน ที่เป็นบทเพลงอันทรงคุณค่า เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทหารนาวิกโยธินทุกคน ทหารนาวิกโยธินทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และเมื่อในวันนี้ (28 มิถุนายน 2550) ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง พลเรือโท สุวิทย์ ธาระรูป ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ (ท่านปัจจุบัน) ได้นำกำลังพลในสังกัดกว่า 300 นาย จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประ โยชน์ เพื่อรำลึกถึงวันทหารนาวิกโยธิน และประการสำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และจะทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในเดือน ธันวาคม พ.ศ.2550 นี้ โดยร่วมกับ นาย ประกิจ โรจนดิลก นายอำเภอสัตหีบ และ ณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสัตหีบ พัฒนาทำความสะอาดตลาดสัตหีบ และพื้นที่โดยรอบให้ดู สะอาด สวยงาม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและบุคคลโดยทั่วไปที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเยี่ยมชมอำเภอสัตหีบ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของกองทัพเรือ ตามนโยบายของ พลเรือเอก สถิรพันธ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ของกองทัพเรือให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับประชาชนโดยทั่วไปอีกด้วย
พลเรือตรี พงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ เรียบเรียง
เรือตรี นิราช ทิพย์ศรี กพร.นย. รายงาน