พลเรือตรี ประสิทธิ์ชัย ศรีวรรธนะ ผู้อำนวยการอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กล่าวว่า กองทัพเรือโดยอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระราชทานฉลองพระองค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก ในโอกาสที่ กรมอู่ทหารเรือขอพระราชทานพระวโรกาสเข้าเฝ้าเพื่อขอพระราชทานสัมภาษณ์เรื่อง สมเด็จพระบรมราชนกกับกองทัพเรือ ณ พระตำหนักเลอดิส ประเทศสวิสเซอร์ลนด์ เมื่อ 22 มีนาคม 2547 ทั้งที่พระองค์มิได้พระราชทานสัมภาษณ์แก่คณะบุคคลใดมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่เนื่องจากมีพระวินิจฉัยคำถามแล้วทรงให้ความกระจ่างได้และอีกประการหนึ่ง มีพระราชดำรัสว่า การที่กรมอู่ทหารเรือจะเชิญบทสัมภาษณ์ลงจัดพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกพิธีเปิดอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช จึงทรงตรวจแก้บทสัมภาษณ์พระราชทาน นอกจากนั้นยังทรงพระราชทานคำแนะนำในการเรียบเรียงอีกด้วย ในโอกาสเดียวกันนี้ได้พระราชทานยืมฉลองพระองค์และของใช้ประจำพระองค์ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก เพื่อเชิญไปจัดแสดงในงานดังกล่าวอีกด้วย ด้วยพระเมตตาของพระองค์ในครั้งนี้ ยังความปลาบปลื้มแก่กองทัพเรือเป็นอย่างยิ่ง
และกองทัพเรือ ได้ดำเนินการซ่อมทำฉลองพระองค์และของใช้ประจำพระองค์ สมเด็จพระบรมราชนก ประกอบด้วยฉลองพระองค์ 11 พระองค์ พระสนับเพลา 4 องค์ กล่องพระมาลา 3 องค์ และพระแสงกระบี่ 10 องค์ ซึ่งกองทัพเรือได้ดำเนินการซ่อมทำ ฉลองพระองค์ และพระสนับเพลา โดยกองโรงงาน กรมพลาธิการทหารเรือ ส่วนพระแสงกระบี่ และกล่องพระมาลา ดำเนินการซ่อมทำโดยกรมอู่ทหารเรือ และเมื่อดำเนินการซ่อมทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตที่ท้องพระโรง พระราชวังเดิม กองบัญชาการทหารเรือ ซึ่งการซ่อมทำเป็นที่พอพระทัยเป็นอันมาก จึงได้ทรงพระกรุณา พระราชทานฉลองพระ องค์ จำนวน 11 องค์ พร้อมเครื่องประกอบ และของใช้ประจำพระองค์บางส่วนให้กองทัพเรือ เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นมรดกของชาติ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2547 โดยพลเรือเอก สามภพ อัมระปาล ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้รับพระราชทานฉลองพระองค์ และของใช้ประจำพระองค์ดังกล่าว กองทัพเรือได้อนุรักษ์และเก็บรักษาไว้ที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ตำบลสัตหีบ อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี มาจนถึงปัจจุบัน
โดยกองทัพเรือ ได้จัดห้องแสดงฉลองพระองค์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก ภายในห้องแอร์คอนดิชั่น ที่มีการปรับอุณหภูมิอย่างเหมาะสม ประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 55 องศา มีแสงสว่างตามที่กำหนด โดยจัดนายทหารเวรตรวจสอบอุณหภูมิและแสงสว่างทุกวัน เนื่องจากฉลองพระองค์และเครื่องใช้ประจำพระองค์ดังกล่าว มีอายุถึง 93 ปี หลังจากเข้าทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ เมื่อ วันที่ 2 เมษายน 2458 ยศนายเรือโท ในตำแหน่งสำรองราชการ กรมเสนาธิการทหารเรือ ประมาณ 4 เดือน ทรงย้ายไปรับตำแหน่งในกองอาจารย์นายเรือ แผนกแต่งตำรา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2458 และได้ทรงกราบบังคับลาออกจากราชการทหารเรือ ตั้งแต่ 20 มกราคม 2459 เพื่อไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา วิชาเตรียมแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาด รวมระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ 9 เดือน 18 วัน
สำหรับห้องแสดงฉลองพระองค์พระบรมราชนก ประกอบด้วย ตู้ฉลองพระองค์ 11 องค์ ตู้พระแสงกระบี่ 10 องค์ 2 ตู้ โดยตู้ที่ 1 ฉลองพระองค์ชุด เต็มยศนายทหารกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสม เด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระบี่ที่ใช้ประกอบเครื่องแบบในตู้แสดงพระแสงกระบี่ตู้ที่ 1 ตู้ที่ 2 ฉลองพระองค์ชุด เสื้อนายทหารเรือเยอรมัน ตู้ที่ 3 ฉลองพระองค์ชุด นายเรือตรีแห่งจักรพรรดินาวีเยอรมัน เป็นเสื้อแขนยาว ลำตัวยาว คอปิดแบบฟรอกโค้ต พระมาลาสักหลาดสีดำแบบเยอรมัน พระสนับเพลาสีน้ำเงินดำแถบทอง พระแสงกระบี่ศรีษะสิงห์แบบเยอรมัน ตู้ที่ 4 ฉลองพระองค์ สโมสรจักรพรรดินาวีเยอรมัน เสื้อแขนยาวแบบเมสส์แจ็คเก็ต (พระสนับเพลาเป็นกางเกงน่าจะเป็นกางเกงผ้าพื้นสักหลาดมีน้ำเงินดำแถบทอง เช่นเดียวกับเครื่องแบบชุดนายเรือตรีแห่งจักรพรรดินาวีเยอรมัน)
ตู้ที่ 5 ฉลองพระองค์ เสื้อคลุมกันหนาวแห่งราชนาวีสยาม ใช้เป็นเครื่องแบบเสื้อกันหนาวสำหรับสวมคลุมทับเครื่องแบบชุดต่างๆ ของนายทหารสัญญาบัตร (ปัจจุบันไม่ใช้) ตู้ที่ 6 ฉลองพระองค์ชุด นายเรือตรีแห่งราชนาวีสยาม ตัวเสื้อเป็นเสื้อแขนยาว ลำตัวยาว คอปิด แบบฟรอกโค้ต พระมาลาเป็นหมวกแบบก๊อกฮอท ทำด้วยสักหลาดสีดำ พระสนับเพลาเป็นกางเกงขายาว สีน้ำเงินดำ แถบทอง ใช้พระแสงมีดเหน็บของทหารเรือไทย แสดงที่ตู้พระแสงกระบี่ตู้ที่ 2 ตู้ที่ 7 ฉลองพระองค์ชุด เต็มยศนายเสือป่า ยศชั้นนายกองโท กรมนักเรียนเสือป่าแพทย์ เป็นเสื้อแขนยาวคอปิด พระสนับเพลาเป็นกางเกงขี่ม้าขายาวสีดำ มีแถบสีเขียวทั้งสองข้าง พระแสงกระบี่เสือป่าพระราชทาน ตู้ที่ 8 ฉลองพระองค์ชุด สโมสรเต็มยศนายเสือป่า พระแสงกระบี่ที่ใช้ประกอบเครื่องแบบข้าราชการพลเรือน แสดงในตู้แสดงพระแสงกระบี่ตู้ที่ 2
ตู้ที่ 9 ฉลองพระองค์ชุด เสื้อน้อยนายทหารเรือ ยศชั้นนายนาวาเอก ตัวเสื้อเป็นเสื้อแขนยาวแบบทูนิค เป็นเครื่อง แบบปกติของนายทหารเรือตั้งแต่ พ.ศ.2455 เป็นต้นมา ตู้ที่ 10 ฉลองพระองค์ชุด เสื้อใหญ่นายทหารเรือ ยศชั้นนายนาวาเอก เป็นเสื้อแขนยาว คอปิด สีน้ำเงินดำ แบบฟรอกโค้ต พระสนับเพลาขายาวสีน้ำเงินดำ แถบทอง พระแสงกระบี่ยาวฝักหนังสีดำ หัวพระแสงกระบี่รูปศรีษะช้าง ตู้ที่ 11 ฉลองพระองค์ชุด เสื้อใหญ่นายทหารเรือ ยศชั้นนายนาวาเอก เป็นเสื้อแขนยาว คอปิด สีน้ำเงินดำ แบบฟรอกโค้ต
สำหรับตู้แสดงพระแสงกระบี่ จำนวน 2 ตู้ ตู้ที่ 1 พระแสงกระบี่ทหารบก 3 องค์ เป็นกระบี่ฝักโลหะสีเงินโค้งเล็กน้อย ไม่มีสลักลาย จำนวน 2 องค์ ด้ามจับหุ้มด้วยหนังกระเบนสีขาว หัวกระบี่มีรูปศรีษะช้าง ห่วงแขวนกระบี่มีห่วงเดียว กระบังมือตอนบนประดับตราอักษร ชส ใบกระบี่เป็นโลหะสีเงินสลักลายไทยตราแผ่นดินและประทับตราอักษร ชส อีก 1 องค์ มีลักษณะโดยทั่วไปคล้ายกัน แต่ฝักกระบี่เป็นโลหะสีเงินอมเหลือง ด้ามจับหุ้มด้วยหนังกระเบนสีดำ ที่กระบังมือและปลอกห่วงแขวนกระบี่ มีหมายเลข 2773 แทนอักษร ชล
ตู้ที่ 2 พระแสงกระบี่ 2 องค์ พระแสงมีดเหน็บ 2 องค์ ได้แก่ 1. กระบี่ยาวฝักสีดำ ด้ามจับทำด้วยงาช้างหัวกระบี่เป็นรูปศรีษะสิงโต ดวงตาฝังพลอยสีเขียวข้างขวาและสีแดงข้างซ้าย โกร่งกระบี่ส่วนที่เป็นกระบังมีตราสมอเรือ ครอบด้วยมงกุฏแบบเยอรมัน ปลอกหุ้มหูเกี่ยวกระบี่เป็นโลหะสีทอง 2. พระแสงกระบี่กึ่งสั้นกึ่งยาว ฝักหนังสีดำทรงผอม ด้ามจับเป็นรูปสี่เหลี่ยมกรีบมะเฟือง หัวพระแสงกระบี่เป็นรูปช้างสี่เศียร 3.พระแสงมีดเหน็บศรีษะช้าง ขมวดวงเป็นวงกลมเบี่ยงซ้ายไว้ใต้งา ดวงตาข้างขวาฝังพลอยสีเขียวและข้างซ้ายฝังพลอยสีแดง 4.พระแสงมีดเหน็บ เป็นรูปมงกุฎแปดเหลี่ยม ยอดสี่แฉกแบบเยอรมัน ปลายด้ามจับด้านล่างมีตราสมอ เป็นเสื้อแขนยาว คอปิด สีน้ำเงินดำ แบบฟรอกโค้ต
โดย ฉลองพระองค์และเครื่องใช้ประจำพระองค์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก เป็นพระราชสมบัติส่วนพระองค์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ที่ได้พระราชทานให้แก่กองทัพเรือเก็บรักษาไว้ พลเรือเอก สถิรพันธ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้มีการกำกับดูแลและรักษาไว้เป็นอย่างดี นับเป็นพระเมตตาของพระองค์ที่พระราชทานให้กองทัพเรือ ยังความปลื้มปิติยินดีแก่กองทัพเรืออย่างหาที่สุดมิได้ และในทุกวันได้มีผู้ที่เข้ามาติดต่อราชการและทราบข่าวต่างเดินทางเข้าชมเป็นจำนวนมาก

เรือตรี นิราช ทิพย์ศรี กพร.นย. รายงาน